แสดงธรรมอาทิตย์ต้นเดือน วัดอ้อน้อย วันที่ ๗ ส.ค.๕๔

7 ส ค 2554  13.20 น.  ถอดเทป ธรรมะต้นเดือน โดยองค์หลวงปู่พุทธะอิสระ (65 นาที)


• ศีลแต่ละข้อ มีจิตกำกับ
• ใครอยากรวย ต้องรักษาใจ ไม่ใช่รักษาเงิน
• เราจะรักษาศีลไม่ได้เลย ถ้าไม่รู้จักรักษาใจ
• ฟังอภิธรรม มีผลอย่างไร แค่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องตกนรก ถ้าเข้าใจ ก็ไปนิพพาน
• ไม่ใช่ฟังสวด ฟังเทศน์ได้กี่ข้อวะ ลดไปเรื่อย
เอ้ย ช่างกล้องจะถ่ายตอนไหน
ที่จริงแล้ว มันต้องมาตั้งก่อนที่พิธีกร วิทยากรจะมา ไม่ใช่เหรอ จะเริ่มแล้ว
ทำไมถึงลดลงไป 2 ข้อ รู้ไม๊
ข้อที่ลด คือ ข้ออะไรบ้าง ข้อตอแหล
ข้อตอแหล ข้อโกหก ข้อมดเท็จ ข้อหลอกลวง ข้อเพ้อเจ้อ ข้อคำหยาบ อะไรอย่างนี้
แล้วก็ข้อสุดท้าย ข้ออะไร
แม้ไม่กินสุรา แต่ก็เมาได้ ขาดสติ ตลอดเวลา
คนรักษาศีลข้อนี้ ในหลักอภิธรรม เค้าหมายถึง การมีสติทุกเวลา
ไหนๆก็ เขียนอภิธรรม แปลอภิธรรม วิจารณ สรุปยอดอภิธรรม ก็อธิบายให้ฟังว่า
ศีลแต่ละข้อนี่ มันมีกระบวนการของจิตเป็นตัวกำกับ
ตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะมองเห็นรูป หรือเห็นอะไรซักอย่างหนึ่ง มันต้องเอาจิตนำ เห็น
ถ้าจิตมันไม่นำให้เห็น มันไม่เห็น มองไปเรื่อยๆ เค้าเรียกว่า สักแต่ว่ามอง
แต่มองให้เห็น ต้องคิดที่จะมอง ใช่ไม๊
เอ้า ลองดูซิ มองไปเรื่อยๆ เนี่ย สักแต่ว่ามอง
แต่ถ้ามองให้เห็น มันต้องคิดที่จะมอง คิดที่จะมองก่อนหรือเปล่า ถึงจะได้มองเห็น
ต้องมีความคิดที่จะมองก่อน จึงจะมองเห็น
ถามว่า ตอนนี้เห็นหลวงปู่ไม๊ 
แล้วเห็นพระข้างหลังด้วยไม๊
ระหว่างเห็นพระกับเห็นหลวงปู่ เห็นอันไหนชัดกว่า
เออ เพราะคิดที่จะมองหลวงปู่ไง แต่ไม่คิดที่จะมองพระข้างหลัง
เพราะงั้น ทุกอย่างมันต้องเอาจิตนำ
พระพุทธเจ้าจึงสอนว่า
มะโน บุพพัง คะมา ธรรมา
มะโน เสตถา มะโน พะยา
การทั้งหลายมีใจเป็นนาย มีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นหัวหน้า ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยใจ
ศีล 5 นี่ ถ้าไม่มีใจ รักษาไม่ได้ ลูก
โดยเฉพาะ ศีลที่สามารถรักษาสติ ดำรงสติ ดำริเป็นสัมมา คือ ข้อที่เท่าไหร่
ข้อที่ 5 ข้ออะไร สุราเมรยะ เค้าว่ากันว่า ถ้าหากกินสุรา มันก็จะไปทำให้เราขาดสติ
ทำให้เราหลงใหล ลื่นถลา ทำ พูด คิด ผิดพลาด ประมาท มัวเมา พลาดพลั้ง
บางที บางครั้งคนเราไม่ดื่มต้องดื่มสุรา ก็ขาดสติ ก็เมา อาการเมา
สารพัดเมา เมารัก เมาโลภ เมาโกรธ เมาหลง
มันก็มีโทษ ไม่ต่างอะไรกับกินสุรา
งั้น ถ้าจะรักษาศีล 5 ข้อที่ 5 ให้ได้สมบูรณ์ ก็คือ รักษาสติให้ได้สมบูรณ์
เลยเป็นที่มา จำได้ไม๊ หลวงปู่สอนว่า ธรรมคือ เครื่องอุปการะต่อศีลน่ะ มีกี่อย่าง
 มี 3 อย่าง นั่งมึนอีกแล้ว
หิริ ความละอายชั่ว โอตัปปะ ความเกรงกลัวบาป อย่างที่ 1
2 สติ ความระลึกได้ สัมปชัญญะ ความรู้ตัว อย่างที่ 2
3 ความสำรวม สังวรณ์ระวัง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
ทั้งหมดนี่ มันมาจากหัวใจทั้งนั้นแหละ อย่างที่บอกว่า เราฟังเสียงได้เยอะแยะ
เสียงดีเราก็ฟัง  เสียงด่าเราก็ฟัง  เสียงบ่นเราก็ฟัง  เสียงชมเราก็ฟัง 
เสียงเพราะเราก็ฟัง   เสียงไม่เพราะเราก็ฟัง
แต่ฟังแล้วใส่ใจฟัง กับฟังแล้วไม่ใส่ใจฟัง นี่ มันต่างกันนะ
ฟังแล้วใส่ใจฟัง นี่ ถ้าฟังเสียงดี เราก็ไปสวรรค์นะ
ฟังแล้ว ใส่ใจฟัง แล้วฟังเสียงอัปรีย์ ก็ตกนรกนะ
เพราะหัวใจมันไม่ดี  มันรับเอาความไม่ดีเข้ามาด้วย
งั้น เรื่องใจจึงเป็นเรื่องนำ นำทุกเรื่อง นำให้เราฟัง นำให้เราดู นำให้เราดม นำให้เราคลำ
นำให้เราสัมพันสัมผัส นำให้เรามอง
ทุกอย่างอยู่ที่ใจทั้งนั้น
เดี๋ยวเวลาฟังพระอภิธรรม  กูล่ะเขียนจนหัวนี่ กูรู้สึกว่า หัวกูจะล้านเพิ่มขึ้น ผมเผ้าหงอกเต็ม
เขียนทุกวันๆ  จนหลังนี่แย่ล่ะ กลางวันทำงาน กลางคืนเขียนอภิธรรม
นึกในใจว่า เออ นั่งเขียนไป แม่เรานี่สงสัยจะทำงานมากกว่าเรา คงจะหนักเหนื่อยมากกว่าเรา
อ้ายที่ว่าเราหนัก เราเหนื่อย เรายังหนักเหนื่อยไม่เท่าแม่เรา
แกสู้อุตส่าห์อุ้มเราในท้องตั้งนาน ตั้งเป็น 9 เดือน 10 เดือน กว่าจะคลอดออกมา
อ้ายเราแค่มานั่งเขียนอภิธรรม ทดแทนบุญคุณแม่ แค่ไม่กี่คืน ก็แย่แล้ว ปวดหลังแล้ว
กระดูกที่มันงอๆ อยู่ข้างหลัง มันก็โอ้ย ปวด
เดี๋ยวนี้ เลยต้องถ่วงกระดูกทุกวัน ต้องดึง โหนบาร์ แล้วก็ทิ้งดิ่ง นับ 1 2 3 4 5
มันก็ค่อยยังชั่วไปพักหนึ่ง
เดี๋ยวเช้า บิณฑบาตร เอาอีกแล้ว เช้าๆ บิณฑบาตร มันทำอะไร มันต้องสะพายบาตร
พอมันสะพายบาตร มันก็ท้องน่ะสิ  อ้าว พระสะพายบาตร ก็ท้องสิ
คนเค้าใส่บาตรเยอะ ยิ่งท้องหนักกว่าเก่าอีก ใกล้คลอดมากกว่าอีก
มันก็จะถ่วง หลังก็จะงอ อ้ายเราก็ต้องคอยเกร็งหลังไว้
เออ เวลาบิณฑบาตร นึกถึงตอนแม่ท้อง เหมือนเลยล่ะ
เพราะแม่ท้องแก่นี่ ยิ่งแม่ท้องแก่ น้ำหนักตัวเด็กมันยิ่งมากเท่าไหร่ มันยิ่งต้องเกร็งตัว ใช่ไม๊
จะยืน จะเดิน จะนั่ง จะนอน ก็ลำบากลำบน ท้องมันโตเข้าๆ น้ำหนักก็มากขึ้นๆ
ตัวเองก็ต้องรับน้ำหนักมากขึ้น
วันนี้ หมอมาถามว่า คือ คนท้องทำไมภูมิคุ้มกันถึงไม่ค่อยปกติ
รู้ไม๊ ทำไม
อ้าว เด็กมันแบ่งเอาภูมิคุ้มกันของแม่ไปไง ภูมิคุ้มกันที่อยู่ในแม่ มันกลายเป็นของลูก แบ่งให้ลูกไป
เพราะงั้น แม่ก็ไม่ค่อยจะมีภูมิคุ้มกัน เป็นอะไรนิด อะไรหน่อย แม่ก็จะเจ็บ จะป่วยง่าย
งั้น เขียนอภิธรรมไป ก็ นึกไปว่า โอ เราลำบากนี่ยังไม่เท่าแม่ เขียนต่อไป เขียนไป
เขียนจนกระทั่งมีความรู้สึกว่า นี่เรายังทดแทนบุญคุณแม่ไม่หมดเลย
บุญคุณแม่เราที่เลี้ยงเรามา ที่อุ้มชูเรา ที่ท้องเรา ที่ใส่ใจทะนุถนอมเรา แค่เขียนเฉยๆ ยังไม่พอ
ต้องเขียนแล้ว ต้องให้เข้าใจด้วย เขียนเสร็จ แล้วก็มาอ่าน อ่านแล้วไม่เข้าใจ ลบเขียนใหม่
เขียนแล้วก็อ่าน อ่านแล้วไม่เข้าใจ ลบเขียนใหม่ เขียนจนกระทั่งเราอ่านแล้ว เราเข้าใจ
พอเราเข้าใจแล้ว คนที่ฟังก็ต้องเข้าใจ แต่ถ้าเราไม่เข้าใจ คนที่ฟังก็จะไม่เข้าใจ
พอไม่เข้าใจ มันก็จะไปทดแทนบุญคุณแม่ไม่ได้
แต่อยากจะสารภาพว่า ปีนี้คงเขียนไม่หมด 7 คัมภีร์
เพราะนี่อาทิตย์หน้าก็จะแสดงธรรมแล้ว ใช่ไม๊
โอ้ย กูเพิ่งได้คัมภีร์เดียว ที่เหลือติดไว้ก่อนแล้วกัน พวกมึงอย่ารีบตาย
พวกเฒ่าๆ คุณแม่ทั้งหลาย ห้ามตาย จนกว่าจะฟังอภิธรรม 7 คัมภีร์ครบหมด
อ้อ แต่ครบหมด เค้าก็ไม่ตายแล้ว เพราะว่า ผู้ที่ฟังอภิธรรม 7 คัมภีร์ ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงเป็นผู้ที่พ้นจากมัจจุราชแล้ว คือ ผู้ที่ไม่ตายแล้ว เป็นอมตะ
ดูอย่างอาม่า อยู่เป็นอมตะจะเปรี้ยวมากกว่านี้หรือเปล่าไม่รู้เลย นี่ขนาดนี้ ยังเปรี้ยวเลย
ดูแกใส่กางเกงมาสิ ใส่กางเกงไม่อายวัยเลย ใครเอากางเกงให้แกใส่วะ
แหม อาม่าเลือกซื้อเองเหรอ คนแก่ ผู้หญิงเนี่ยนะ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่
สังเกตุดูเถอะ ถ้าเป็นผู้หญิง ไม่ว่าอายุเท่าไหร่ ขอให้ได้แต่งตัวเถอะ เป็นความสุข
อ้าว จริ๊งจริง กูสังเกตุดู ไม่ว่าสาวน้อย สาวมาก สาวใหญ่ สาวเล็ก ขอให้ได้แต่งตัว
นั่นแหละคือ ผู้หญิง จะเป็นความสุข ผู้ชายล่ะ มีอะไรเป็นสมบัติวะ
ผู้ชายนี่แก่ลง จะมีอะไรเป็นสมบัติ มักง่าย ความมักง่าย เออ อะไรๆ ก็สบาย
แล้วไม่มีอะไรเป็นเครื่องสังเกตุให้ได้ว่า สัญญลักษณ์ผู้ชายอยู่ตรงไหน
แต่รวมๆ สรุป ก็คือ บอกว่า ไม่ว่า จะทำดี พูดดี คิดดีอะไร ทำไม่ดี พูดไม่ดี คิดไม่ดี อะไรเนี่ย
ทั้งหมดมันมาจากใจ มันมาจากหัวใจ หัวใจนี่สำคัญ
เหมือนๆ อย่างที่หลวงปู่เคยสอนๆ เอาไว้
รักษากาย รักษาทรัพย์ รักษาชีวิต ก็ไม่ชื่อว่า ยอดแห่งความรักษา
สุดยอดแห่งการรักษา คือ รักษาอะไร
รักษาใจ การรักษาใจไม่ให้มัวหมอง ให้ผ่องแผ้ว
ไม่ใช่กระเพื่อมตามตาเห็น หูฟัง จมูกได้ ลิ้นรับ กายสัมผัส
ไม่ตกเป็นทาสของแดนต่ออารมณ์ และเครื่องเร้า สิ่งล่อทั้งหลายเนี่ย ถือว่าเป็นยอดแห่งการรักษา
เพราะใจที่รักษาดีแล้ว ย่อมนำสุขมาให้ นี่พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนเราเอง
ใจที่รักษาดีแล้ว ย่อมนำความสุขมาให้
ใจที่รักษาดีแล้ว ย่อมนำความบันเทิงมาให้
หัวใจที่รักษาดีแล้ว ย่อมนำปัญญา นำความรุ่งเรือง เจริญมาให้
หัวใจที่รักษาดีแล้ว ย่อมยังความร่ำรวย นำความร่ำรวยมาให้
ใครอยากรวย ก็ต้องรักษาใจ อย่าเอาแต่รักษาเงิน
เพราะรักษาเงิน ไม่ชื่อว่าเป็นคนร่ำรวย เค้าเรียกว่า คนตระหนี่ คนขัดสน
อ้ายคนที่นั่งรักษาแต่เงิน เฝ้าแต่รักษาสมบัตินี่ เค้าเรียกคนขัดสน คนตระหนี่
อ้ายคนรักษาจิตใจนี่ เรียกว่า เป็นคนร่ำรวย
ไม่งั้น จะมีคำกล่าวของคนโบราณเหรอ
คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน
คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน
คนจะรวย  รวยศีล รวยทานใช่บ้านโต
งั้น อ้ายการที่จะรวยศีล รวยทานได้นี่ มันต้องได้มาจากหัวใจที่มีอะไร
มีเมตตา มีไมตรี มีความเห็นอกเห็นใจ มีความเอื้อเฟือ เผื่อแผ่
ถ้ามันไม่มีสิ่งเหล่านี้เสียแล้ว ให้มีสมบัติพัสถานมากมายขนาดไหน
ก็กลายเป็นคนกระจอกงอกง่อย ยากจนข้นแค้น แล้วก็อนาถาในที่สุด
เพราะเหตุผลว่า ทรัพย์นั้นมันไม่เพียงพอกับความอยากของตนไง
ทรัพย์นั้น มันไม่จุใจ ไม่อิ่มใจ ไม่เต็มตื้นหัวใจ หาจนตาย ก็ยังไม่พอ ยังไม่รู้จักหยุดจักหย่อน
แต่อ้ายคนที่มีความอิ่มใจ เต็มตื้นหัวใจ พึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
ได้แค่ไหน ก็พอแค่นั้น แล้วก็สบายอกสบายใจ มันเบาอก เบาใจ สุขใจ
พอมันเบาแล้ว มันก็สุขกาย กายมันผ่อนคลาย เป็นสุข ปลอดภัย ร่มเย็น
ไม่ต้องไปแสวงหาอะไรให้มันทุรนทุรายมากเกินไป
พูดอย่างนี้ ก็ไม่ได้สอนให้เป็นคนขี้เกียจ สันหลังยาว ไม่เอาอะไร ไม่เอาประเทศ ไม่เอาถ่านไม่ใช่
แต่สอนให้ขวนขวายตามความสามารถ เมื่อได้มาแล้ว ก็จงพึงพอใจในสิ่งที่ขวนขวาย
ถ้าไม่รู้จักรักษาใจ ไม่พึงพอใจ พอไม่พึงพอใจ เราก็ แค่นู้นก็ไม่พอ แค่นี้ก็ไม่พอ
แค่นั้นก็ไม่หยุด สุดท้ายเราก็จะตาย ตายก็ยังไม่อยากหยุด แล้วมันจะได้อะไร ชีวิตนี้
มันก็ได้คำว่า ได้แต่ลม ได้แต่มายากาล ได้แต่เครื่องล่อและของหลอกลวง
เค้ามีคนเขียนจดหมายมาด่า อู้ย มันด่า เค้าเรียก ด่าสาดเสียเทเสียนะ ปาก หมา อะไรของมันก็ไม่รู้
อ้ายเราก็ เออ มันเขียนมาชมเรานะ มันสู้อุตส่าห์แค่ฟังเรา
ไม่รู้มันฟังเราตอนไหน ฟังตอนแสดงธรรม หรือฟังตอนไหนไม่รู้
มันก็ตะกายเอาคำที่ไม่พึงพอใจ กลับไปถึงบ้าน แล้วก็ไปนั่งเขียนบรรยายแล้วใส่จดหมายใส่ซอง
ส่งมาให้เราอ่าน มันต้องแบกหนักกว่า มันแบกนานนะ กว่ามันจะเขียนออกมาได้
แล้วมันจะจบลงตรงไหน เออ มันยังเขียนเตือนอีกนะ ระวังจะเป็นนิกร เป็นยันตระ เป็นพุทโธ
เป็นอะไรของมันไม่รู้ เออ แล้วบอก เดี๋ยวมันจะเฝ้าดู คอยจับผิด
เราก็ เออ มันก็เป็นคนดี มันอุตส่าห์ห่วงเรา  มันห่วงเรา กลัวจะเป็นนิกร เป็นยันตระ เป็นพุทโธ
เออ พอกูอ่านจดหมายปุ๊บ กูดุขึ้นมาทันทีเลย หมู หมา กา ไก่ ถ้าเป็นตัวเมีย เข้าใกล้ กูด่า
กูบอก เฮ้ย มึงไม่ได้ มึงอย่าเข้าใกล้กู เดี๋ยวกูเป็นยันตระ พุทโธ
แต่รวมๆ สรุป คือ หลวงปู่สงสารมันน่ะ สงสารมันตรงไหน
อ้ายเราพูดไป ก็จบแล้ว อ้ายมันฟัง มันฟังไม่จบไง
มันฟังไป แล้วมันยังแบกเอาสิ่งที่ฟังไปอีกตั้งนาน กว่าจะกลับไปถึงบ้าน
แล้วกลับมาเขียนคำด่า มันแบกนานไม๊
น๊านสิ มันทรมาน อู้หู แล้วอุตส่าห์เขียนส่งจดหมายมาให้เราอ่านอีก มันก็ยิ่งนานใหญ่
กว่าจดหมายจะมาถึงเรา แล้วมันก็รอว่า เมื่อไหร่เราจะได้อ่าน อู้หู มันทรมานนาน
เนี่ยโทษฐานของคนไม่รักษาใจ พอไม่รักษาใจ อะไรมันนิด อะไรมันหน่อย
อะไรมันมากไป ก็จะกระเพื่อมตาม แล้วสุดท้าย ก็จะทุกข์ จะทรมาน จะทุรนทุราย
อ้ายคนรักษาใจ นี่มันสบาย เบา
ถ้าหลวงปู่เป็นคนไม่รู้จักรักษาใจนะ ลูก มันมีอยู่วัน กูบิณฑบาตรเสร็จ พอบิณฑบาตร วางบาตร
เดี๋ยวนี้ พอวางบาตร ส่งบาตรให้คนรับเสร็จ ก็ไปแจกงาน
พอแจกงานปุ๊บ ก็เข้าห้อง พอเข้าห้องปุ๊บ ปกติมันจะต้องมีบัญชี
เอ๋ วันนี้กูจะมีบุญใหญ่แล้วเว้ย
ใครก็ไม่รู้ มันมาหา ทำไมครับ
ก็ดูสิ กูไม่มีสมุดเซ็นต์ แสดงว่า กูจะมีบุญใหญ่
พอซักพัก อ๋อ ไม่ใช่หรอกครับ มันมาสาย
อ้ายเราก็ เออ นึกว่าวันนี้ กูจะมีบุญใหญ่ แล้วพอมาสาย เซ็นต์ไปเท่าไหร่ วันนั้น ล้านกว่าบาท
อ้ายเราก็ เออ ถ้าเป็นคนอื่น มันจะอยู่ได้ไม๊เนี่ย ก็เซ็นต์ทุกวัน ห้าแสน ล้าน ห้าแสน ล้าน
กูรวยไม๊  รวย รวย รวย
ถ้าหลวงปู่ไม่รู้จักรักษาใจเนี่ยนะ นอนได้ไม๊ นอนไม่ได้ ลูก กินก็ไม่ได้ ขี้ก็ไม่ออก
บอกใครก็ไม่รู้จะพูดภาษาอะไร
ถ้าไม่รู้จักรักษาใจเนี่ย มึงคิดดูเถอะ จ่ายวันหนึ่ง ล้านนึง จ่ายวันหนึ่ง ห้าแสน
ไม่มีวันไหนที่ไม่เซ็นต์รายจ่าย ไม่มี เซ็นต์ทุกวัน
ถ้าวันไหนไม่ได้เซ็นต์ วันนั้น เทวดาต้อง อู้หู โปรดปรานกูมาก
ผีสางนางไม้ต้องอำนวยอวยชัย ประทานพรให้
บางทีเซ็นต์เช้าไม่พอ บ่ายยังมาอีกเล่มหนึ่งอีก เซ็นต์สองเวลา บางที
เซ็นต์ทุกวัน อ้ายเฉาก๊วย มันบอก หลวงปู่มีวันหยุดบ้างไม๊เนี่ย
หยุดอะไร
หยุดเซ็นต์จ่ายตังค์
ไม่มี วันหยุด นักขัตฤกษ์ วิสาขะ อาสาฬหะ เข้าพรรษา ออกพรรษากูเซ็นต์ทุกวัน
มันไม่มีวันหยุด แล้วคนมันต้องกิน ต้องใช้  ต้องจ่าย
งั้น ถ้าทำอย่างนี้แล้ว ใจเราไม่รู้จักรักษา ใจเรามันกระเพื่อมตาม ทุกข์ไม๊ ลูก
ทุกข์สิ โอ้ย ทำไมจะไม่ทุกข์ ภาระกรรมที่ต้องจ่ายเดือนหนึ่งสิบกว่าล้าน
ค่าใช้จ่ายในอาวาส นอกจากนี้แล้ว ต้องปัญหา อย่าว่าแต่คนเลย
หมาป่วยก็กู ควายป่วยก็กู เออ หมาป่วย ควายป่วย ต้นไม้ตาย สารพัด หลวงปู่ทั้งนั้น
อ้ายเราก็บอก เออ มันก็ทำให้เราแกร่งขึ้น ถ้าเราไม่รักษาใจ มันก็ทำให้เราแย่ลงๆ เปลี้ยลง
แล้วจิตใจเราก็จะเศร้าหมอง
เล่ามาเสียเยอะแยะ ยืดยาด ยาวนานนี่ ก็เพราะให้ลูกหลานได้เห็นว่า
เราจะรักษาศีลไม่ได้เลย ถ้าไม่รู้จักรักษาใจ
แล้วถ้าใจนี้มันไม่มีสติ ความระลึกได้ สัมปชัญญะ ความรู้ตัว ขาดปัญญา ความใคร่ครวญพินิจพิจารณา
อย่าว่าแต่คนอื่นทำให้เราทุกข์เลย ถ้าไม่พินิจพิจารณา อยู่ดีๆ ตัวเราก็แส่หาความทุกข์ใส่ตัว
หาความทุกข์ใส่ตัวยังไง
มีหู เค้าให้ฟังเสียงดีๆ ก็ดันไปฟังเสียงอัปรีย์มาให้ตัวเองเป็นทุกข์
มีตา เค้าให้ดูรูปดีๆ ก็ดันไปดูรูปที่ตกเป็นทาสของรูป ก็นำพาทุกข์มาใส่
มีจมูกเอาไว้ดมกลิ่นดีๆ
ที่จริง อ้ายรส อ้ายเสียง อ้ายสัมผัส เนี่ย มันไม่ใช่อยู่ที่ ตา ที่หู ที่จมูกนะ
รสอร่อยนี่ มันไม่ใช่อยู่ที่ลิ้นนะ ลูก ลิ้นนี่มันไม่ได้แยกแยะรสอร่อยว่า อร่อย หวาน ขม เปรี้ยว เผ็ด
เค็ม หวาน มัน มันอยู่ที่ใจ มันอร่อยที่ใจ
ลิ้นก็สักแต่ว่ารับรส แต่มันอร่อยอยู่ที่ใจ
หูฟังเสียง ก็สักแต่ว่าฟัง มันจะมาแยกได้ว่า
เป็นเสียงดี เสียงไม่ดี เสียงถูกใจ เสียงไม่ถูกใจ ไม่ใช่อยู่ที่หู แต่มันอยู่ที่ใจ
จมูกดมกลิ่น จะดมแล้ว มันมีกลิ่นหอม กลิ่นเหม็นน่ะ ไม่ใช่อยู่ที่จมูกนะ
ไม่ใช่อยู่ที่จมูก ฆานะทวาร ก็คือ แดนต่อแห่งกลิ่น
มันดมมา มีหน้าที่จะสื่อสัมผัสกลิ่นที่ปรากฏ ประสาทส่งผลไปแสดงอารมณ์ปรากฏในใจ
ใจก็มีสภาวะมโนวิญญาณ ก็คือ สิ่งที่น้อมเข้ามา แล้วมันก็จะมีผัสสะ มีเวทนา
ผัสสะเวทนา จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีกระบวนการสัญญา คือความจำว่า กลิ่นนี้ที่เคยดม
มันเหม็นหรือหอม สมมุติว่า คนในโลกนี้ มันไม่เคยรู้จักกลิ่นอะไรเลย
แล้วมันเกิดมา มันก็จะไม่รู้จักกลิ่นอะไรเลย แต่เพราะมันเกิดมา มันก็ได้ดมกลิ่นต่างๆ มา
แล้วใจมันก็ทำหน้าที่สะสมกลิ่นเหล่านั้น พอจมูกมันมาดมกลิ่นนั้นอีกที
ใจมันก็แสดงผลว่า นี่แหละ เป็นกลิ่นที่คุ้นเคย คุ้นเคยยังไง ก็เหม็น
คุ้นเคยยังไง คุ้นเคยว่าถูกใจหรือไม่ถูกใจ
งั้น รักษาใจนี้ เป็นเรื่องดี
โอ้ นี่กูเทศน์ไปหมดแล้วนี่ อภิธรรมนี่ กูเทศน์หมดแล้ว จบ
อาทิตย์หน้าไม่ต้องเทศน์แล้ว
เออ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากจะฟังให้มันจบครบองค์ประกอบ ก็ไว้อาทิตย์หน้ามาฟังใหม่
ฟังอภิธรรม มีผลอย่างไร
ก็ฟังรู้เรื่อง ก็ไม่ต้องตกนรก
แค่รู้เรื่อง ยังไม่ต้องเข้าใจ เอาแค่รู้เรื่อง ก็ไม่ต้องตกนรก
ถ้าเข้าใจ ก็ไปนิพพาน
นี่หลวงปู่ไม่ได้พูดเองนะ
พระพุทธเจ้าทรงตรัสบอกไว้ แค่ฟังรู้เรื่อง ก็ไม่ต้องตกนรก ถ้าเข้าใจ ไปนิพพาน
อ้ายประมาณว่า ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วเพลินๆ  เพลินๆ แบบค้างคาว
สัตว์เดรัจฉานที่มันฟังพระสวดพระอภิธรรม แล้วฟังเพลินๆ เลยเผลอปล่อยมือจากการเกาะผนังถ้ำ
หัวโหม่งพื้นตายทั้ง 500 ก็ยังได้ไปเป็นเทวดา ในชั้นกามาวจรภูมิ มีอานิสงส์ฟังอภิธรรม
เพราะฉะนั้น ลูกหลานทั้งหลายอยากจะทดแทนบุญคุณ แม่พ่อ ก็ให้แบกเอามาฟังอภิธรรม
ถ้าจะตาย ก็บอกอย่าเพิ่งตาย ผลัดเอาไว้ก่อน ถ้านอน ก็แบกเอามา ใส่รถใส่เตียงเข็นมา
มาฟังอภิธรรมก่อน ไม่ใช่ฟังสวด แต่มาฟังเทศน์อภิธรรมก่อน
ถ้าแม่รู้เรื่อง อ้อ อย่างน้อยก็พรหม เป็นรูปาวจรจิต อรูปาวจรจิต
ถ้าเข้าใจ แจ่มแจ้ง ก็ไปนิพพาน
ถ้าเพียงแค่ว่า ตั้งใจฟัง ก็สวรรค์
รวมแล้ว นรกไม่มีสิทธิ์รับคนฟังอภิธรรม
แล้วคนสวดล่ะ คนสวด ไม่แน่ ถ้าสวดผิดๆ  ถูกๆ ก็มีสิทธิ์ไปเหมือนกัน
เพราะเหตุผลว่า นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ กลายเป็นโทษ
งั้น ต้องพยายาม มีโอกาสก็ขวนขวายแสวงหา
แล้วในอภิธรรมนั้นไม่มีอะไรมาก ในพระอภิธรรมนี้ ไม่มีอะไร
มีอยู่ 4 อย่างเท่านั้น มีอะไรบ้าง มีนิพพาน นิพพานเป็นสมบัติของทุกคน
จิต เจตสิก แล้วก็รูป มีอยู่กับคนทุกคน
แต่นิพพานก็เป็นสมบัติของสัตว์ทุกประเภท
งั้น มนุษย์ทุกประเภท สัตว์ทุกตน ไปนิพพานได้หมด
ส่วนจะไปช้า ไปเร็ว ก็ขึ้นอยู่กับปัญญาของแต่ละคน
พวกมึงก็จะได้ไปนิพพานแล้วนะเนี่ย ดู ดูซิ ดูแววตา ดูหนังตาสิ
เริ่มแล้วๆ เริ่มนิพพานปรากฏขึ้นมาแล้ว
เดี๋ยว วันนี้ เค้ามีจัดรายการธรรมะทางอินเตอร์เนท ลูก
เค้ามีพิธีกรมาทำรายการ ใครมาบ้างล่ะ เอ้า จะเริ่มหรือยัง ชื่อรายการอะไร ยังไม่รู้เรื่องเลย
พิธีกรอยู่ไหนล่ะ ไหนพิธีกรอยู่ไหน นั่งนี่สิ พิธีกรอะไร ไปนั่งบังกกเสา
เอากล้องไปตั้งซะไกล แล้วมันจะถึงเหรอนี่ อยู่มุมนี้
เออ กูนี่ต้องทำหน้าที่เป็นผู้กำกับกล้อง
ไฟ เปิดตรงนี้หน่อย แสงมันมืดไป เออ กำกับแสง
เออ เปิดสปอตท์ไลท์ หน่อย ลูก
เออ หัวมุมนั้นแหละ อ้ายนั่นมันไกลไปหรือเปล่า ไกลไม๊ จับภาพกว้าง นี่มาจับนี่
กล้องขวานี่ จับภาพพิธีกร
เค้าจะมีรายการ หลวงปู่ให้เค้าทำรายการ ธรรมะออนแอร์
คือ เราจะรับชมรายการธรรมะทางอินเตอร์เนท เป็นรายการสั้นๆ 5 นาทีๆ
ชื่อรายการว่าอะไรดี กูยังไม่ได้ตั้งชื่อ เค้าตั้งชื่อมาหรือยัง
ชื่อธรรมะออนแอร์ก็น่าจะได้นะ
เอ้า กล้องพร้อม ไฟพร้อม เสียง ทดสอบ 1 2 3 4 5 โอเคไม๊
เค้าไม่มีไมค์ลอยเหรอ เก็บไว้ที่ห้อง ไมค์ลอยเค้าซื้อมาให้นี่
ไม่มีเหรอ ไม่มีไมค์ลอย ก็เอาไมค์จมก็ได้วะ
เออ เสียงพร้อม 5 4 3 2
เจริญธรรม เจริญสุขท่านสาธุชนพุทธบริษัทผู้รับชมรายการมองปัญหาด้วยธรรมที่รักทุกท่าน
ท่านผู้ร่วมภาระกรรมที่นั่งอยู่ในสถานที่ ศาลาแห่งวัดอ้อน้อย
ปุจฉา  ใช้แชมภูสระผมทุกชนิดไม่ได้เลย มีอาการเป็นเม็ด หนังหัวลอกเป็นแผ่น
ตอนนี้ลามเข้ารูหูแล้ว จะรักษาอย่างไร
วิสัชนา  ถ้าทุกชนิด ใช้ไม่ได้ ก็น้ำขี้เถ้าล่ะ ลูก แน่นอน ไม่งั้นก็อย่าใช้เลย
อาจจะเป็นเพราะว่า หนังศีรษะเราอาจจะบาง หรือไม่ก็น่าจะมีปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง
ต้องไปเช็คดูว่า เราเป็นสะเก็ดเงินหรือเปล่า
เพราะบางทีบางครั้ง อาการที่เป็นสะเก็ดเงิน มันก็จะทำให้เราไม่พร้อมที่จะเผชิญต่อน้ำด่าง
หรือว่าส่วนที่เป็นกรดที่รุนแรง ด่างรุนแรง กรดรุนแรง ก็มีผลต่อโรคสะเก็ดเงิน
แต่ที่แน่ๆ มันน่าจะสบู่หอมจังสูตรเก่า สูตรโบราณที่ผสมขมิ้น
น่าจะเหมาะสมสำหรับคนเป็นสะเก็ดเงิน และผิวหนังบอบบาง จบ
ปุจฉา   เราสามารถนำกฐินไปทอด ที่สำนักสงฆ์ ที่มีพระจำพรรษาอยู่ 5 รูป ได้หรือไม่
วิสัชนา  ได้ เป็นสำนักสงฆ์ถ้ามีพระสงฆ์ แม้ไม่ใช่สำนักสงฆ์ แต่เป็นที่ที่พระพัก แล้วเกินกว่า 5 รูป หรือประมาณ 5 รูป เกิน 4 รูปขึ้น คือ 4 รูปเป็นองค์สงฆ์ อีก 1 รูป เป็นคู่สวด อย่างนี้ได้
แต่ถ้าบอกว่า แม้เป็นวัดก็ตาม แต่มีพระจำพรรษาไม่ถึง 5 รูป ไม่ได้
พระบางวัดชอบจะอยู่ 3 รูป 4 รูป แล้วก็ไปนิมนต์ที่อื่นมาสมทบ เพื่อจะรับกฐิน ไม่ได้
ไม่เป็นกฐิน อานิสงส์กฐินก็จะไม่ได้ ได้เพียงว่า เป็นทานเฉยๆ ถ้าจะเป็น ก็เป็นได้แค่ผ้าป่า จบ
ปุจฉา  การบังสุกุลเป็น บังสุกุลตาย ในวันแม่ 12 สิงหานี้ ผู้เป็นพ่อจะทำได้หรือไม่ครับ
วิสัชนา   เค้าบังสุกุลแม่ไม่ใช่เหรอ ก็ได้มั๊ง แต่วันพ่อไม่เคยทำ ใช่ไม๊
เอาเฮอะ ถือว่า ลูกกตัญญู ถ้าทำได้ ทำให้พ่อให้แม่ ไม่ได้เสียหาย
บังสุกุลตาย ก็หันหัวไปทางทิศตะวันตก เป็นทิศของคนตายนอน
แล้วก็บังสุกุลเป็น ก็หันหัวไปทางทิศตะวันออก เป็นทิศของคนเกิดนอน
แล้วถามว่า ทำไมเค้าถึงต้องทำบังสุกุลเป็น บังสุกุลตาย
โดยความเชื่อของโบราณ ซึ่งอาจจะไม่เกี่ยวอะไรกับคำสอนของพระพุทธศาสนา
เวลาคนป่วยใกล้จะตาย เค้าจะมีการชักบังสุกุลต่ออายุ
พอทำแล้ว อาการของคนป่วยก็จะหายวันหายคืน ดีวัน ดีคืน พอทำอย่างนี้บ่อยๆ เข้า
เค้าก็มีความเชื่อกันมา สั่งสมกันมาเรื่อยๆ ว่า การบังสุกุลเป็น บังสุกุลตาย
จะเป็นการต่ออายุให้กับผู้ป่วยหรือ ผู้เฒ่า ผู้แก่ หรือ ผู้เข้าทำพิธีกรรม ทำภาระกรรม
แม้กระทั่งไม่ป่วย
อย่างสมัยก่อน หลวงปู่เคยทำให้อ้ายสนธิ นายสนธิก่อนที่เค้าจะโดนยิง
อันนั้น ทำพิธีหน้าลานโพธิ์ ก็สวดพระปริตรก่อน แล้วจึงจะบังสุกุลตาย บังสุกุลเป็น จบ
แต่ไม่ใช่หมายถึงว่า ทำแล้วจะไม่ตายเลยนะ
เมื่อถึงคราว สัตว์โลกเป็นไปตามกรรม ลูก กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้ดีชั่วเลวหยาบ
ถ้าไม่ถึงที่ตาย ยังไงมันก็ไม่ตาย จบ
ปุจฉา  ผู้ที่มีภาวะเลือดเสีย อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัว หมอบอกว่า แนวโน้มจะเป็นอัมพฤกษ์
ควรจะทานยาอะไรของหลวงปู่
วิสัชนา   มันต้องดูว่า เราเป็นเพราะสาเหตุอะไรก่อน
บางทีบางครั้ง คนที่จะเป็นอัมพฤกษ์ มันไม่น่าจะมาจากเลือดเสีย
มันมาจากไขมันอุดตัน หลอดเลือดแดง หลอดเลือดฝอยในสมองแตก
ความดันสูง คอเรสตอเรลสูง อะไรอย่างนี้
มันไม่ใช่ว่า เลือดเสียแล้ว คุณจะเป็นอัมพฤกษ์ ไม่ใช่
แต่ถ้าเลือดเสีย ก็กินยาฟอกเลือด มีแม่ของหมอ อยู่ชลบุรี รู้สึกเค้าเป็นโรคเลือด
หลังจากให้กินยาฟอกเลือด ยาบำรุงเลือด ภายใน 1 เดือน ผลเลือดมันออกมาดีมาก
ดีจนพวกอาจารย์หมอจากศิริราชบอกว่า ต้องบันทึกเอาไว้เป็นสถิติ
ไว้ทำวิจัย เพราะผลเลือดออกมาสมบูรณ์มาก ดีขึ้นเยอะ
เพราะฉะนั้น ยาฟอกเลือด บำรุงเลือด ก็สลับวันกันกิน
วันนี้กินฟอกเลือด พรุ่งนี้กินบำรุงเลือด ครั้งละ 5 เม็ด เช้า เย็น ก็น่าจะดี
ผู้ชาย ผู้หญิง กินได้ จบ
ปุจฉา  ถ้าคุณแม่เสียชีวิตแล้ว แต่อยากจะทำบุญขันกัณฑ์เทศน์ ต้องทำอย่างไร
ถวายขันกัณฑ์เทศน์ได้หรือไม่
วิสัชนา  ได้ ไม่ได้เสียหายอะไร เราเป็นเจ้าภาพเทศน์อภิธรรม
ถือว่า เป็นการทดแทนบุญคุณบิดามารดา และผู้มีคุณ
ไม่ใช่หาได้ง่าย การเทศน์อภิธรรม ไม่ใช่มีอยู่ตลอดเวลา
เดี๋ยวนี้ เค้าก็ไม่นิยมที่จะเทศน์ ถามว่าเพราะอะไร
เพราะว่า อภิธรรม มีตั้ง 7 คัมภีร์ แล้วการจะเรียนรู้อภิธรรมให้มันเข้าใจแต่ละคัมภีร์
ขนาดพระพุทธเจ้ายังใช้เวลาสอนพระพุทธมารดาถึง 3 เดือน
3 เดือนเนี่ย ไม่ใช่น้อยนะ แล้ว 3 เดือน ไม่ใช่เทศน์เฉพาะกลางวัน
เทศน์ทั้งวันทั้งคืน ยังใช้เวลาตั้ง 3 เดือน
เพราะงั้น ไม่ใช่หาได้ง่ายกับการที่จะมีคนยกเอาอภิธรรมขึ้นมาเทศน์
แล้วเทศน์เพื่อให้คนฟังแล้วเข้าใจ ยิ่งหายากใหญ่
เทศน์ ใครๆ ก็เทศน์ได้ เพราะมันมีตำราอ่าน
แต่เทศน์แล้ว ให้คนฟังยิ่งเข้าใจ ไม่ใช่ง่าย ยิ่งหายาก
งั้น ถ้าเราทำได้ ก็เป็นเรื่องดี ถือว่า เป็นการทดแทนบุญคุณพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ และท่านผู้มีคุณ
จะอยู่ก็ตาม จะตายก็ตาม ทำได้ทั้งนั้น ลูก จบ
ปุจฉา  จะใช้ผ้าบังสุกุลของปีที่แล้วได้หรือไม่ครับ
วิสัชนา   ผ้าบังสุกุลของปีที่แล้ว คืออะไร
หา ไม่รู้สิ ปกติ เค้าก็ถวายวัดไปหมด ไม่ใช่เหรอ
มึงขนาดขี้เหนียว เอากลับบ้านเหรอ โอ้โห ผ้าบังสุกุลนี่เค้า ทำแล้ว เค้าถวายวัดนะ
เค้าไม่ได้เก็บกลับบ้านนะ มึงเก็บกลับบ้านเฉยเลยเหรอ
ผ้าบังสุกุล ก็คือ ผ้าที่ชักแล้วเป็นสมบัติของวัด ของพระ
อ้อ ชักแล้ว เป็นสมบัติของมึงเหรอ
สรุปแล้ว ใครเป็นพระกันแน่เนี่ย
ไม่ใช่ ใช้ไม่ได้ จบ
ปุจฉา   วันแม่ ผู้ที่แม่เสียชีวิตแล้ว จะทำขันวันแม่ได้หรือไม่ครับ
วิสัชนา  มีที่ไหนขันวันแม่ ขันกัณฑ์เทศน์มั๊ง
ไม่มีหรอก ขันวันแม่ มีแต่ขันกัณฑ์เทศน์ ขันกัณฑ์เทศน์อภิธรรม
เค้าเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เป็นเจ้าภาพกัณฑ์เทศน์อภิธรรม
เพื่ออุทิศผลบุญให้กับบรรพบุรุษ และบิดามารดา จบ
ปุจฉา  สวนลำใยโดนค้างคาวกิน 90 %  เหลือ 10% ควรทำอย่างไร
วิสัชนา  ก็ทำบุญไป 80%  ก็ถือว่าได้ทำบุญไปแล้ว อุทิศส่วนกุศลไปแล้ว
สวนลำใยโดนค้าวคาวกิน ก็มาถามพระ เวรกรรมกู เออ
ปุจฉา  เวลาปฏิบัติธรรม ที่หลวงปู่ให้เอาจิตตั้งไว้ที่กลงกระหม่อม
แต่จิตมันคอยไปคิดเรื่องอื่นเรื่อยๆ จะทำอย่างไรถึงจะให้จิตตั้งอยู่กลางกระหม่อมได้ตลอดเวลาครับ
วิสัชนา   นั่นเป็นเพราะว่า เราขาดสมาธิ คือความตั้งมั่น ขาดสติ คือความระลึกรู้ตัว
เพราะงั้น ต้องฝึก ฝึกเพิ่มขึ้น ฝึกให้หนัก
ในพละ 5 อย่าง มี ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา
เราไม่ได้พละ คือ ไม่มีกำลังของกาย ไม่มีพลังของใจ ไม่มีกำลังของจิต
มันก็เลยไม่สามารถตั้งมั่น แสดงออกว่า เรายังอ่อนแออยู่ เรามีกำลังสมาธิอันอ่อนแอ
มีกำลังสติอันอ่อนแอ มีกำลังสัมปชัญญะอันอ่อนแอ
เพราะงั้น ต้องฝึก ฝึกให้หนัก ฝึกให้มากขึ้น
ฝึกจนกระทั่งเราสามารถที่จะตั้งมั่นอยู่ได้ตามเวลาที่เรากำหนด
หรือ เท่าที่มันจะตั้งอยู่ได้อย่างชนิดที่ไม่โยกโคลน
ไม่คลอนแคลน ไม่เคลื่อนย้ายไปในที่ใดๆ จบ ลูก
ปุจฉา  การสะดุ้ง ตกใจ ถือเป็นการขาดสติหรือไม่ ถ้าหากเป็นคนตกใจง่าย
จะแก้ไขอย่างไรครับ
วิสัชนา  คนตกใจง่ายนี่ โบราณเค้าเรียก โรคขวัญอ่อน
ที่จริงโรคขวัญอ่อน มันมาจากการที่ไม่สั่งสมอบรมเจริญปัญญา
ไม่ฝึกสติ เป็นคนขี้กลัว ขี้วิตก วิจารณ์
พวกนี้จะไม่ค่อยฟังธรรม อดีตชาติเป็นคนไม่ปฏิบัติธรรม
พอเกิดมาชาตินี้ จึงกลายเป็นคนตกใจง่าย ขวัญอ่อน เชื่อง่าย
ใครพูดอะไรก็ตามเค้าไปหมดอย่างนี้
งั้น ถ้าอยากจะแก้ไข ก็ต้องเริ่มต้นจากขยันที่จะฟังธรรม
ศึกษาสั่งสมอบรมเจริญสติ สมาธิ ปัญญา บ่อยๆ มากๆ
แล้วเดี๋ยวเราก็จะตั้งมั่นได้เอง จบ
ปุจฉา  ต้องทำจิตเช่นไรกับอิริยาบถต่างๆ  จึงจะเรียกว่า อิริยาบถ
เพียงแค่รู้ว่า ขณะนี้เดินอยู่ ขณะนี้นอนอยู่  ถือว่าเป็นอิริยาบถหรือไม่
วิสัชนา  อืม ที่จริง การมีชีวิตตั้งอยู่ในอิริยาบถ
อิริยาบถที่เรานั่งอยู่ เรารู้อยู่ว่า เรานั่งท่าไหน
อิริยาบถที่เรายืนอยู่ เรายืนอยู่ท่าไหน รู้ตัวในขณะที่ยืน
อิริยาบถที่เราเดินหรือนอน เรารู้อยู่ นั่นแหละ เค้าเรียกว่า มีสติ เรียกว่า อิริยาบถบรรพ
มีสติอยู่ในอิริยาบถนั้นๆ เป็นการเจริญสติอย่างหนึ่ง
อยู่ในมหาสติปัฏฐาน ข้อ กายานุปัสนาสติปัฏฐาน จบ
ปุจฉา  เวลานั่งสวดมนต์หรือนั่งสมาธิ นาน จะปวดขา
จะปฏิบัติอย่างไร ให้นั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้นานๆ
วิสัชนา  ยืน เดิน นอน จบ
ปุจฉา  ปัจจุบัน มีคนนิยมไหว้พระราหูกันมาก อยากทราบว่า พระราหูเป็นใคร
การไหว้พระราหูเป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่
วิสัชนา   ที่จริง ไหว้พระราหู ก็ดีกว่าไหว้พระราหอยนะ
เอ้า จริงๆ เพราะอย่างน้อยพระราหู ก็เป็นพระอริยบุคคล เป็นพระโสดาบัน
แต่เผอิญอยู่ในรูปของยักษ์
อ้ายคนไหว้พระราหู เชื่อว่า ไม่ได้ไหว้พระราหู เพราะว่าท่านเป็นพระอริยบุคคลหรอก
ไหว้เพราะว่า กลัวท่าน อยากให้ท่านมาดลบันดาล ชี้นำประทานพร เท่านั้นแหละ
อ้ายอย่างนี้ ไหว้พระราหอยดีกว่า
แต่ถ้าไหว้พระราหูด้วยความเชื่อว่า ท่านคือ พระอริยบุคคล
เป็นผู้บรรลุธรรม เป็นพระโสดาปฏิผล เป็นผู้เข้าถึงธรรม
เป็นผู้ที่มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ที่เคารพ ที่สักการะ
ขนาดพระราหูยังเคารพพระรัตนตรัย แล้วเราไปเคารพพระราหู ทั้งๆ ที่เราก็มีพระรัตนตรัย
ถึงได้บอกว่า ไหว้พระราหอยดีกว่า จบ
ปุจฉา  กรณีที่ทั้งแม่และลูก มาวันแม่ไม่ได้ จะสามารถทำบุญในรูปแบบใดได้บ้าง
วิสัชนา  มาวันพ่อ จบ อ้าว วันแม่มาไม่ได้ ก็ไปวันพ่อ วันพ่อมาไม่ได้ ก็ไปวันปู่
ปุจฉา  คนที่นอนละเมอบ่อยๆ เกิดจากสาเหตุอะไร
วิสัชนา   คนที่ละเมอบ่อยๆ เกิดจากสาเหตุอะไร ก็แสดงว่า นอนบ่อยๆ นอนบ่อยๆ
แล้ว ก็ท้องผูกบ่อยๆ ธาตุพิการบ่อยๆ ลมกำเริบบ่อยๆ ขาดสติบ่อยๆ 
บ่อยๆ เข้า เดี๋ยวก็บ้า นอนเป็นอาชีพเข้าไว้ เดี๋ยวก็นอนละเมอบ่อยๆ จบ
อยากให้ท่านที่รักทั้งหลาย ที่รับชมรายการมองปัญหาด้วยธรรมทุกท่าน
ฟังอะไรก็ตาม เรียนอะไรก็ตาม ศึกษาในอะไรก็ตาม รับรู้ในเรื่องอะไรๆ ก็ตามที
ขอให้เป็นการรับรู้ด้วยการใช้สติ สมาธิ และปัญญา
อย่ารับรู้ด้วยความคุ้นเคย เคยชินที่เรียกว่า สัญญา
เพราะกระบวนการสัญญา ความทรงจำ มันไม่ได้เป็นผลดีต่อพัฒนาการทางปัญญา
ไม่ได้เป็นผลดีทางพัฒนาการทางจิต
แต่ตรงกันข้าม มันกลับจะทำให้จิตนี้ ปัญญานี้ เสื่อมทรามลงไปเรื่อยๆ ด้วยซ้ำไป
เพราะงั้น คนเราแค่เพียงแค่
จำได้ จำได้ จำได้ แต่ว่าทำไม่ได้
จำได้ จำได้ จำได้ แต่คิดไม่ได้
จำได้ จำได้ จำได้ แต่พูดไม่ได้
จำได้ จำได้ จำได้ แต่แสดงไม่ได้
แล้วก็จำได้ จำได้ แต่เป็นที่พึ่งของตนและคนอื่นไม่ได้
ก็ถือว่า สิ่งที่จำ ก็เป็นขยะ
เพราะงั้น จำได้ด้วยก็ดี คิดได้เป็นก็ยิ่งดี  แล้วก็ยิ่งทำได้ด้วย ก็ยิ่งสมบูรณ์ความดี
เพราะงั้น ขอให้ท่านที่รักทั้งหลายจงรุ่งเรือง เจริญ คิดหวังสิ่งใดสมความปรารถนา
ให้ดำรงสติ สมาธิ ปัญญาตั้งมั่น ทุกท่านทุกคนเทอญ
เดี๋ยวให้ไปล้างหน้า ล้างตา แล้วมาปฏิบัติธรรม ไป ลูก