บทที่ ๗ ช่วงปฏิบัติธรรม กายรวมใจเป็นพื้นฐานของจิตสุดท้าย ขั้นที่ ๑ และ ๒
บทสวดมนต์คาถาเทพรัญจวน วิธีการเจริญมนต์โดยใช้กายรวมใจ (เทวตานุสติกรรมฐาน) ปี ๒๕๖๗
ชื่อเรื่อง ช่วงปฏิบัติธรรม กายรวมใจเป็นพื้นฐานของจิตสุดท้าย
ขั้นที่ ๑ และ ๒
แสดงธรรม ๒ มิถุนายน ๒๕๖๗ บ่าย โดยหลวงปู่พุทธะอิสระ
สาระสังเขป
ฝึกจิตสุดท้ายก่อนตายโดยการฝึกให้มีสติอยู่ในกายอย่างมั่นคงหรือให้กายรวมใจ เมื่อกายรวมใจตั้งมั่นได้แล้ว ยิ่งนานเท่าไรยิ่งเป็นบุญ และนำไปสู่ความผ่อนคลายกายและจิต เป็นสภาวะลหุตา เย็นและเบากายจิต แต่ต้องไม่ยึดติดความเบาและเย็น จะเป็นตัณหา สัมภเวสีจิต คือ จิตที่เป็นสัมภเวสี แสวงหาภพเกิดไปเรื่อย ไม่หยุดนิ่ง
เนื้อหา
อย่างที่บอกว่า กระบวนการปฏิบัติธรรม คือ ทำให้คุ้นเคยกับจิตสุดท้าย
ทำพื้นฐานของจิตสุดท้าย เอาไว้ใช้เมื่อถึงคราวที่เราจะดับขันธ์ วอดวายตายลง
สร้างความคุ้นเคยกับมัน
กระบวนการจิตสุดท้าย จำเป็นสำหรับคนที่พร้อมที่จะตาย แต่คนที่ไม่พร้อมที่จะตาย เขาอาจจะมองว่า ไม่จำเป็น เพราะคิดว่ายังไม่ตาย แต่อย่าไปดูถูกนะ เราไม่รู้ว่าจะตายเมื่อไหร่ ก็บอกแล้วว่า ที่ตาย ไม่แน่นอน เวลา ก็ไม่แน่นอน อาการ ก็ไม่แน่นอน
แต่ที่แน่ๆ…ตาย ไม่มีใครรอด
เพราะฉะนั้น ทำให้ กายกับใจ รวมกันอย่างผนึกแนบแน่น
๐ กายรวมใจ
กายรวมใจ ใจรวมกาย อยากได้บุญ ตรงนี้ได้บุญเลย แค่มึงทำให้ กายกับใจ รวมกัน อย่างสนิทแนบแน่น ไม่วอกแวก ไม่พลุ่งพล่าน ไม่หลุด ไม่รุ่ย ไม่หายไปไหน
อยู่กับกาย กายอยู่กับใจ
ใจอยู่กับกาย อย่างตั้งมั่น
มึงได้บุญแล้ว และเป็นบุญที่สมบูรณ์แบบด้วย เป็นบุญที่ มีกายอันสุจริต มีมโนสุจริต อยากได้บุญ ทำแค่นี้ ให้ กายกับใจ รวมกันให้ได้ พอแล้ว
คนมีบุญ ทำอะไรก็สำเร็จประโยชน์ ก็บอกแล้วว่า บุญ คือ เครื่องยังให้สำเร็จประโยชน์ถึงสมบัติทั้งปวง อยากมีความสำเร็จประโยชน์ในสมบัติทั้งปวงก็สร้างบุญ และวิธีทำบุญ ไม่ต้องบริจาคอะไรเลย ลูก
แค่เริ่มต้นทำให้กายกับใจ รวมกัน ไม่คิดเรื่องอื่น ไม่สับส่าย ไม่สับสน ไม่ทุรนทุราย ไม่กลิ้งกลอกไปไหน
จิตตั้งอยู่ในกาย ไม่ต้องตรึก คิด วิเคราะห์ ต้องใคร่ครวญ คำนวณ พินิจพิจารณา ไม่ต้องภาวนาใดๆ
ตั้งมั่นได้ ๑นาที ก็ได้บุญ ๑นาที ตั้งมั่นได้ ๒นาที ก็ได้บุญ ๒นาที
ตั้งมั่นได้ ๕นาที ก็ได้บุญ ๕นาที ตั้งมั่นได้ทั้งปี ก็ได้บุญทั้งปี
กายกับใจ รวมกันเป็นสติ เป็นกายานุสติกรรมฐาน
กายกับใจ รวมกัน เป็นการตั้งมั่น ทำให้เกิดสมาธิ
และกายกับใจ รวมกัน เป็นจุดเริ่มต้นของการก่อเกิดปัญญา
กายกับใจ ที่รวมกันได้อย่างแนบแน่น ถือเป็นกุศลกรรม
เมื่อมีกุศลกรรม ก็มีบุญ อยากเป็นผู้มีบุญ ไม่ต้องลงทุนอะไรมาก แค่ทำให้“จิต”ตั้งมั่นอยู่ใน“กาย”เฉยๆ ไม่สับสน ไม่ซับซ้อน เท่านี้ก็ได้บุญแล้ว
อยากเป็นผู้มีปัญญา ไม่ต้องทำอะไรเยอะ เริ่มต้นจากทำ กายกับใจ ให้รวมกันให้ได้ ก็เป็นจุดก่อกำเนิดเกิดปัญญาได้แล้ว
……
๐ ขยับขึ้นขั้นที่ ๒ ผ่อนคลาย
ทำ จิต ผ่อนคลาย
ทำ กาย ผ่อนคลาย
ระบบประสาททุกส่วนในร่างกาย ผ่อนคลาย
ด้วยกระบวนการผ่อนคลายเหล่านี้แหละ จะทำให้เกิด สมดุลในกาย สมดุลในจิต
เพราะขั้นที่ ๑ กายรวมใจ เราอาจจะต้องเพ่งจิต มันกลายเป็นความหนัก ความเครียด
จิต อาจจะยังไม่เข้าสู่กระบวนการสมดุล กาย ยังไม่เข้าสู่กระบวนการสมดุล ก็เลยเป็นความหนัก ความเครียด
แต่พอขยับขึ้นขั้นที่ ๒ จิตผ่อนคลาย กายผ่อนคลาย
เมื่อถึงคำว่า ผ่อนคลายทั้งสอง คือ กายกับจิต สมดุลก็ปรากฏ
ช่วงที่ กายและจิต ผ่อนคลาย เกิดสมดุล จะมีคำว่า ลหุตา คือ ความเบาสบาย
เบากาย เบาจิต ซึ่งจะตรงกับวิธีการทำบุญ ๓ อย่าง ก่อนทำ ตั้งใจ ขณะทำ เต็มใจ ทำเสร็จแล้ว สบายใจ เพราะ กาย-จิต สมดุล ก็จะเบา สบาย
เบา สบาย แต่อย่าเสพติด…เสพได้ แต่อย่าติด เมื่อใดที่เราติด จะเกิดฝ่ายอกุศลเข้าแทรก คือ ตัณหา ความอยากได้ อยากมี จะปรากฏทันที
……
๐ กลับไปอยู่#ขั้นที่ ๑ ใหม่
หลุดล่ะ จากบุญ จะกลายเป็นบาปล่ะ
กายรวมจิตใหม่ บอกแล้วว่า ถ้าผ่อนคลายแล้วไปเสพติดมัน จะกลายเป็นตัณหาไปในทันที
สัมภเวสีจิต ที่เลื่อนลอยไปนู่นไปนี่ ระวัง! จะเป็นสัมภเวสีจิต คือ จิตที่เป็นสัมภเวสี แสวงหาภพเกิดไปเรื่อย ไม่หยุดนิ่ง เราเป็นสัมภเวสีทั้งที่ยังไม่ตายก็มีเยอะแยะ เขาจึงเรียกคนประเภทนี้ สัตว์กลุ่มนี้ ชนิดนี้ว่า สัมภเวสีจิต
แล้วจิตอย่างไรจึงไม่เรียกว่า สัมภเวสี
คือ จิตที่หยุด เมื่อใดที่จิตหยุด นั่นคือ ภพภูมิของจิตที่เกิด-ดับ
อย่าลืมว่า เรากำลังทำบุญอยู่นะ …บำเพ็ญบุญ สร้างบุญ สั่งสมบุญ อบรมบุญ และเจริญในบุญ เราไม่ได้ทำบาปนะจ๊ะ อยากได้บุญกันทุกคนแหละ วิธีทำก็บอกไปแล้ว จะทำหรือไม่ก็ว่าไปอีกเรื่องหนึ่ง
๐ พา จิต ที่ผ่อนคลายลงนั่ง
เตรียมตัวแผ่เมตตา
(บทเทพรัญจวน)
_________________
แหล่งข้อมูล
หลวงปู่พุทธะอิสระ ธรรมปฏิบัติและส่วนสำคัญ ๒ มิ.ย.๒๕๖๗, สืบค้นวันที่ ๑๘ กันยายน
๒๕๖๙ จาก https://www.youtube.com/watch?v=o1ga_dGBUo4