ภายหลังสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน และคณะสงฆ์ได้ร่วมกันทำปฐมสังคายนาเรียบร้อยแล้ว พระอานนท์ได้เที่ยวจาริกสั่งสอนประชาชนแทนองค์พระศาสดา จนอายุของท่านล่วงเข้า 120 ปี (พ.ศ. 40) ท่านจึงได้พิจารณาอายุสังขารของท่านพบว่า อายุสังขารของท่านนั้นยังอีก 7 วันก็จะสูญสิ้นเข้าสู่พระนิพพาน
ท่านจึงพิจารณาว่าท่านจะเข้านิพพาน ณ ที่ใด ก็เห็นว่าท่านจะเข้านิพพานที่ปลายแม่น้ำโรหิณี ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์ กับเมืองเทวทหะ ซึ่งเป็นเขตแดนต่อกันระหว่างพระประยูรญาติฝ่ายพระบิดาและฝ่ายพระมารดา
จากนั้นท่านจึงได้ลาภิกษุสงฆ์ และชนทั้งหลาย เดินทางไปหาที่พักอยู่ริมฝั่งแม่น้ำโรหิณีพักรออยู่ จนครบ 7 วันแล้ว ท่านจึงได้แสดงอิทธิปาฏิหาริย์นานาประการ พร้อมทั้งเหาะขึ้นไปบนอากาศแล้วตั้งจิตอธิษฐานเข้าเตโชกสิณให้กายแตกออกเป็น 2 ภาค
ภาคหนึ่งให้ตกที่ฝั่งกรุงกบิลพัสดุ์
อีกภาคหนึ่งตกที่เทวทหะ พร้อมทั้งเจริญเตโชกสิณ ทำให้เปลวเพลิงบังเกิดในร่างกาย เผาผลาญมังสะและโลหิตให้สูญสิ้น ยังเหลือแต่พระอัฐิธาตุสีขาวดังสีเงิน พระอัฐิธาตุที่เหลือจึงแตกออกป็น 2 ภาค ด้วยกำลังอธิษฐานของท่าน บรรดาพระประยูรญาติและชนที่มาชุมนุมกัน ณ ที่นั้นต่างก็รองรับพระธาตุไว้ แล้วสร้างพระเจดีย์บรรจุไว้ทั้ง 2 ฟากของแม่น้ำโรหิณี
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติตรงแล้ว
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติธรรมเป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
ท่านเป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา เป็นผู้ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า
สาธุ สาธุ สาธุ
นะมามิหัง อนุโมทามิ
 
พุทธะอิสระ