เพื่อนผมชวนลงทุนซื้อมา ขายไป ไม้ด่าง อยากถามความเห็นของหลวงปู่ว่า ควรจะร่วมลงทุนกับเพื่อนดีไหม ?
ตอบ:
คิดช้าไปไหม
การทำมาหากินประกอบสัมมาอาชีพ ถือเป็นเรื่องดีทั้งนั้น ยิ่งคิดจะทำอาชีพอิสระ โดยมิต้องไปเป็นลูกน้องใครก็ยิ่งดีใหญ่
แต่จากประสบการณ์ที่มีชีวิตอยู่มานานจึงรู้ว่า อาชีพที่สนองตัณหาชั่วขณะมันไม่ยั่งยืน
สมัยก่อนมีการเล่นไม้สี เช่น บอน เขาเล่นกันเป็นตำหรับ เรียกว่า ตับรามเกียรติ์ ตับสามก๊ก ตับพระอภัยมณี แล้วก็ตั้งชื่อบอนแต่ละต้นเช่น สีดา ทศกัณฑ์ พระราม หรือไม่ก็เป็นตับสามก๊ก เช่น จิวยี่ ขงเบ้ง ตั้งโต๊ะ เป็นต้น
พอเวลาล่วงเลยไป บอนสีแต่ละต้นก็กลายเป็นของเกะกะ วางทิ้งๆ ขว้างๆ เพราะมีอย่างอื่นมาให้เล่นมาให้สะสม
ไม่เว้นแม้แต่ต้นโป๊ยเซียน ก็ตั้งชื่อเป็นวรรณคดีจีนสารพัด
สรุปความ ไม้ด่างที่ปั่นปั่น มาเล่นหาซื้อขายกันต้นเป็นล้าน เป็นแสน เป็นหมื่น อดีตก็มีการเล่นหาสะสมกันมาแล้ว แต่ราคาเขาไม่ปั่นกันจนแพงกระเป๋าขาดอย่างปัจจุบัน
คนโบราณเขาเล่นต้นไม้ สะสมต้นไม้ ด้วยอารมณ์สุนทรีย์ ไม่ใช่เล่นด้วยความละโมบ
เหตุที่ปัจจุบันผู้คนหันมาสนใจต้นไม้ ก็เพราะไม่รู้จะไปไหน ถูกกักตัวอยู่บ้านว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร พอมีคนสนใจ เอาของแปลกมาปั่นขาย ก็ตะกายไปแสวงหามา จะได้คุยอวดกับชาวบ้านเขาได้
แต่ตอนนี้รัฐบาลเปิดประเทศแล้ว ทุกอย่างผ่อนคลาย ผู้คนออกจากบ้าน เดินทางไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ
ทิ้งให้ต้นไม้ประหลาด แสนแพงอยู่เฝ้าบ้าน นานวันเข้า ไม้เหล่านั้นก็กลายเป็นขยะ ดูเกะกะ ต้องขนไปทิ้ง
บรรยายมาถึงขนาดนี้ ก็เพื่อให้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่า ควรจะลงทุนกับเพื่อนขายต้นไม้ ในขณะที่ผู้คนอยากออกจากบ้านไปเที่ยว
คุณก็ลองคิดดูแล้วกัน ว่าควรจะลงทุนหรือไม่
พุทธะอิสระ